พูดถึง “ขนมปลากริมไข่เต่า” หลายคนคงเคยได้ลิ้มลองกันมาบ้างแล้ว แต่คงมีน้อยคนที่จะทราบถึง ที่มาของขนมปลากริมไข่เต่า พร้อมทั้งมาบอก วิธีการทำ “ขนมปลากริมไข่เต่า สูตรโบราณ”  ให้ทุกคนได้ลองทำไว้รับประทาน หรือจะทำขายเป็นอาชีพก็สร้างรายได้เสริมก็ได้นะคะ

ที่มาของ "ขนมปลากริมไข่เต่า"

ในบันทึกทางประวัติศาสตร์บอกไว้อย่างชัดเจนเลยว่า ขนมปลากริมไข่เต่าใช้ชื่อเต็ม ๆ ว่า ขนมขนมแชงมา หรือ ขนมแฉ่งม้า ซึ่งปรากฎอยู่ใน บทเพลงกล่อมเด็ก “โอ้ละเหโอ้ละหึก ลุกขึ้นแต่ดึกทำขนมแฉ่งม้า ผัวก็ตี เมียก็ด่า ขนมแฉ่งม้าก็คาหม้อแกง” ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 อีกด้วย

– ขนมปลากริม หน้าตาคือขนมแป้งปั้นเป็นตัวยาว ๆ ต้มกับน้ำ จากนั้นเคี่ยวน้ำตาลปึก เติมรสชาติหวานจนมีสีน้ำตาลอ่อน ๆ รสชาติหวานและหอมน้ำอ้อย
– ขนมไข่เต่า ก็เป็นแป้งปั้นเป็นตัวกลม ๆ ต้มกับกะทิให้เนื้อข้น จากนั้นเติมเกลือให้มีรสออกเค็ม

จนกระทั่งรัชกาลที่ 5 ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญอาหารคาว-หวาน เพิ่งได้ทราบจากอุบาสิกาเนย ผู้นำขนมปลากริม และขนมไข่เต่ามาถวายแด่ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ว่าขนมทั้ง 2 ชนิดนี้ ต้องกินคู่กัน เพราะขนมปลากริมมีรสชาติหวานจัด เมื่อกินกับขนมไข่เต่าที่ออกรสเค็ม ก็จะเข้ากันดี เมื่อกินคู่กัน โบราณจะเรียกว่า “ขนมแฉ่งม้า” นั่นเอง

ส่วนผสม "ขนมปลากริมไข่เต่า"

ส่วนผสม "แป้งปลากริม"

แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม
แป้งข้าวเหนียว 100 กรัม
แป้งมัน 25 กรัม
แป้งถั่วเขียว 25 กรัม
น้ำเดือดจัด 1 1/4 ถ้วย

ส่วนผสมของกะทิไข่เต่า

น้ำกะทิ 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
เกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา

ส่วนผสมของกะทิปลากริม

น้ำกะทิ 1 ถ้วย
น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา

วิธีการทำ "ขนมปลากริมไข่เต่า"

  1. ผสม ส่วนผสมในการทำ แป้งปลากริมทั้งหมดเข้าด้วยกัน  คนให้เข้ากัน แล้วค่อยๆ เติมน้ำร้อนทีละน้อย นวดจนแป้งเนียนเป็นก้อน
  2. นำแป้งที่นวดไว้ มาปั้นเป็นก้อนกลม (ไข่เต่า) และปั้นเป็นเส้น (ปลากริม) แยกไว้ 
  3. ตั้งน้ำให้เดือด โดยนำแป้งที่ปั้นไว้ ลงไปต้มจนสุก  โดยแยกต้มทีละอย่าง แล้วตักมาพักไว้
  4. ทำกะทิไข่เต่า โดยนำกะทิลงไปเคี่ยวในหม้อ ใช้ไฟอ่อน 
  5. ตามด้วยน้ำตาล เกลือ และแป้งข้าวเจ้าลงไป เคี่ยวจนเข้ากันดี  
  6. จากนั้นก็นำแป้งก้อนกลมๆ เทลงไปผสม ตักใส่ถ้วยแล้ววางพักไว้
  7. ทำกะทิปรากริม  ตั้งหม้อโดยใส่น้ำกะทิ น้ำตาลปี๊บ และแป้งข้าวเจ้า คนจนน้ำตาลปี๊บละลาย