ขนมไทย ถือได้ว่าเป็นขนมที่งดงามทั้งภายนอกภายใน ที่มีความประณีตทั้งหน้าตา หรือรสชาติกลมกล่อมนุ่มนวล ‘กลิ่นหอม’ ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น เสน่ห์จันทน์ หันตรา กลีบลำดวน และขนมเปี๊ยะ

หากย้อนไปสมัยก่อน คนโบราณให้ความสำคัญเรื่อง ‘กลิ่นหอม’ จากการอบร่ำกลินเสื้อผ้า การทำน้ำอบ น้ำปรุงต่างๆ ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอิทธิพลมาถึงเรื่องอาหารและขนมไทย และในการอบร่ำกลิ่นควันเทียน เทียนอบขนมแต่ละเล่ม มีสีและกลิ่นต่างกัน

ขั้นตอนการทำเทียนอบ

  • ต้องใส่ความหอมตั้งแต่ไส้เทียน ซึ่งทำจากฝ้าย โดยนำฝ้ายไปต้มกับน้ำอบ และผึ่งให้แห้ง
  • นำฝ้ายไปอบร่ำด้วยกำยานปรุง มีส่วนผสมของจันทน์เทศ น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดง ผิวมะกรูด ขี้ผึ้งขูด ผงกำยาน (ยางไม้ชนิดหนึ่ง) และน้ำมันหอม จนกว่าจะหอมตามที่ต้องการ
  • ลูบไส้เทียนด้วยน้ำมันจันทน์อีกครั้ง

การทำเนื้อเทียนอบ

  • ทำจากขี้ผึ้งแท้ นำขี้ผึ้งก้อนมาหลอมโดยใส่หม้อตั้งไฟให้ละลาย
  • นำขี้ผึ้งที่ละลายแล้วมานวดผสมกับผงกำยาน ชะลูด จันทน์เทศ ผิวมะกรูด อบเชยและพิมเสน
  • จนเครื่องหอมเหล่านี้เป็นเนื้อเดียวกันกับเทียน แล้วจึงนำมาหุ้มไส้เทียนที่เตรียมไว้

การฟั่นเทียน

คลึงให้เนื้อเทียนเป็นลำเทียน นำมาขดงอ ดัดเเป็นรูปตามต้องการ เป็นรูปตัวยูหรือเกือกม้า หรือรูปต่างๆ เพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน เมื่อเทียนเย็นสนิทแล้วเก็บไว้ในโหลปิดฝา สามารถใช้งานได้เป็นปี

เคล็ดลับการอบร่ำกลิ่นควันเทียน

  •  เลือกซื้อเทียนอบที่มีกลิ่นหอม และเนื้อเทียน ต้องไม่แข็งเกินไป เพราะขี้ผึ้งแท้เนื้อจะอ่อน
  • หากเป็นเป็นควันเทียนที่ใช้มาแล้ว ต้องขยี้บริเวณขี้เถ้าออกก่อน แล้วตัดบริเวณปลายที่ไหม้ออก
  • เขี่ยไส้เทียนให้แผ่บานออกก่อน เวลาจุด เปลวไฟจะลุกหลอมถึงเนื้อเทียนได้เร็ว
  •  เมื่อน้ำตาเทียนเริ่มออก เป่าเทียนให้ดับ แล้ววางบนถ้วยที่เตรียมไว้ ปิดฝาภาชนะทันที
  •  อบทิ้งไว้ 30 นาที หรือข้ามคืนสำหรับขนมที่ต้องการกลิ่นหอม และคุณภาพของเทียน
  • หลังใช้เสร็จแล้ว เก็บใส่ขวดโหล ปิดไว้ให้สนิท และเก็บในที่แห้ง

วิธีการอบควันเทียน อย่างถูกต้อง

  • ต้องใช้ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด และเป็นภาชนะที่ทำด้วยแก้ว กระเบื้อง หรือโลหะ ไม่ใช่พลาสติก
  • สิ่งสำคัญ คือ ห้ามไม่ให้ตัวเทียนสัมผัสกับขนม
  • หากต้องการอบขนมแห้งที่เป็นชิ้นๆ ให้วางถ้วยไว้ตรงกลางแล้วเรียงขนมไว้รอบๆ ถ้วย
  • อบควันเทียนน้ำกะทิ ใช้ลวดพันเทียนอบแขวนไว้ตรงขอบหม้อก็ได้

การอบร่ำด้วยดอกไม้

ดอกกระดังงา

             

 

           ควรเลือกดอกที่มีสีเหลืองอมเขียว ควรเก็บในช่วงเย็น มียางน้อย และมีกลิ่นหอมตอนกลางคืน ลนเฉพาะตรงกลีบดอก ให้ต่อมน้ำหอมในกลีบดอกแตกและส่งกลิ่น บีบกระเปาะเกสรออก ให้กลีบที่ลนไฟไว้หล่นลงน้ำ หรือโหลที่จะอบขนม ปิดฝา อบทิ้งไว้ข้ามคืน รุ่งขึ้นจึงนำดอกกระดังงาออก กรองเอาแต่น้ำลอย

ดอกมะลิ

             

 

            ลอยดอกมะลิลงในหม้อน้ำต้มสุกที่เย็นสนิท แล้วปิดฝาหม้อ จนถึง 6 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น นำดอกมะลิออก กรองน้ำที่ลอยด้วยผ้าขาวบาง จะมีกลิ่นหอม ควรใช้มะลิปลูกเอง เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดยาฆ่าแมลง